เล็บเป็นคลื่นบอกอะไร? วิธีสังเกตโรคจากเล็บ สัญญาณเตือนที่แม่นจนน่าตกใจ!

เล็บเป็นคลื่นบอกอะไร? วิธีสังเกตโรคจากเล็บ สัญญาณเตือนที่แม่นจนน่าตกใจ!

เล็บเป็นคลื่นบอกอะไร? วิธีสังเกตโรคจากเล็บ สัญญาณเตือนที่แม่นจนน่าตกใจ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เล็บเป็นคลื่นบอกอะไร? วิธีสังเกตโรคจากเล็บ ขีดสีดำ เล็บเปราะ สัญญาณเตือนจากร่างกายที่แม่นจนน่าตกใจ

เล็บไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของร่างกายที่ช่วยเสริมความสวยงามหรือใช้หยิบจับสิ่งของเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ "เล็บ" เปรียบเสมือนหน้าต่างที่สะท้อนสุขภาพภายในได้อย่างแม่นยำ หลายครั้งที่ความผิดปกติเพียงเล็กน้อยบนผิวเล็บ เช่น การเป็นคลื่น ขีดสีดำ หรืออาการเล็บเปราะ อาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงโรคที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายที่คุณไม่ควรละเลย

ข้อมูลจากสมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทยระบุว่า ลักษณะของเล็บที่เปลี่ยนไปสามารถบอกถึงภาวะขาดสารอาหาร ไปจนถึงความเสี่ยงของโรคเรื้อรังร้ายแรงได้ การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเล็บในแต่ละวันจึงเป็นวิธีเช็กสุขภาพเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายและได้ผลดี

iStockphoto

เล็บเป็นคลื่นและขีดสีดำ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

ลักษณะที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งคือ "เล็บเป็นคลื่น" ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ คลื่นแนวนอนและคลื่นแนวตั้ง ซึ่งแต่ละแบบมีความหมายที่แตกต่างกันตามการวินิจฉัยทางการแพทย์

  • เล็บเป็นคลื่นแนวตั้ง: มักพบในผู้สูงอายุเนื่องจากการเสื่อมสภาพตามวัย หรืออาจเกิดจากการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก หรือวิตามินบี 12
  • เล็บเป็นคลื่นแนวนอน (Beau's Lines): เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างอันตราย มักเกิดจากการที่ร่างกายหยุดชะงักการสร้างเล็บชั่วคราวเนื่องจากอาการป่วยหนัก ความเครียดรุนแรง หรือโรคในระบบทางเดินอาหาร
  • ขีดสีดำแนวตั้งบนเล็บ: หากพบขีดสีดำหรือสีน้ำตาลคล้ำที่ค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น หรือมีขอบเขตไม่ชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของ "มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา" ใต้เล็บ

เล็บเปราะหักง่ายและสีที่เปลี่ยนไปบอกโรค

นอกเหนือจากพื้นผิวที่เป็นคลื่นแล้ว ความแข็งแรงและสีของเล็บก็เป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพที่สำคัญไม่แพ้กัน อาการเล็บเปราะบางหักง่ายอาจไม่ได้เกิดจากการล้างจานหรือใช้สารเคมีเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีสาเหตุมาจากภายในร่างกายที่กำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

แพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้ข้อมูลว่า อาการเล็บเปราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ สีของเล็บยังช่วยระบุโรคได้ เช่น เล็บที่มีสีขาวครึ่งเล็บ (Terry's Nails) มักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็งหรือโรคหัวใจล้มเหลว ส่วนเล็บที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหนาอาจบ่งบอกถึงโรคทางระบบทางเดินหายใจหรือการติดเชื้อรา

iStockphoto

วิธีดูแลรักษาและเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

การดูแลสุขภาพเล็บเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยไบโอติน ธาตุเหล็ก และโปรตีน รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีรุนแรงโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีความผิดปกติต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

  1. มีขีดสีดำหรือแถบสีน้ำตาลปรากฏขึ้นใหม่และไม่จางหายไป
  2. เล็บมีรูปร่างบิดเบี้ยวหรือนิ้วปุ้ม (Clubbing) ซึ่งอาจสื่อถึงโรคปอดหรือโรคหัวใจ
  3. มีอาการอักเสบ บวม แดง หรือมีหนองรอบโคนเล็บ
  4. เล็บแยกตัวออกจากฐานเล็บโดยไม่มีสาเหตุจากการกระแทก

อย่าปล่อยให้ความผิดปกติเล็กๆ บนเล็บกลายเป็นเรื่องใหญ่ การหมั่นสังเกตและทำความเข้าใจสัญญาณจากร่างกายจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับโรคร้ายได้อย่างทันท่วงที เพราะเล็บที่สวยและแข็งแรงเริ่มต้นจากการมีสุขภาพภายในที่ดี

แหล่งอ้างอิง

  1. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล